มุ่งสู่ฮากอนเน่ เมืองน้ำพุร้อน
ขึ้นกระเช้าชิมไข่ดำ ที่ โอวาคุดานิ
ล่องเรือข้ามทะเลสาบอะชิ
จะเอ๋ฟูจิยามเย็น ที่ คาวากูชิโกะ
แช่ออนเซ็นกลางแจ้ง ณ Sunnide Resort

  • เที่ยวญี่ปุ่น แบบBackpacker วันที่ 9 (ทาคายาม่า)
  • เที่ยวญี่ปุ่น แบบBackpacker วันที่ 8 (โอซาก้า)
  • เที่ยวญี่ปุ่น แบบBackpacker วันที่ 7 (นารา และ ฮิเมจิ)
  • เที่ยวญี่ปุ่น แบบBackpacker วันที่ 6 (เกียวโต)
  • เที่ยวญี่ปุ่น แบบBackpacker วันที่ 5 (เกียวโต)
  • เที่ยวญี่ปุ่น แบบBackpacker วันที่ 4 (ฮากอนเน่ และ คาวากุชิโกะ)
  • เที่ยวญี่ปุ่น แบบBackpacker วันที่ 3 (คามาคุระ และ โยโกฮาม่า)
  • เที่ยวญี่ปุ่น แบบBackpacker วันที่ 2 (โตเกียว)
  • เที่ยวญี่ปุ่น แบบBackpacker วันที่ 1 (โตเกียว)
  • วันนี้ขอเน้นเรื่องเล่ามากกว่ารูปนะครับ
    เพราะเป็นอะไรที่เครียด และผิดความคาดหมายของผมไปหน่อยในวันนั้น
    แนะนำว่า ใครจะไปเที่ยวแบบนี้ ลองเอาประสบการ์ณผม แล้วไปลองวางแผนเที่ยวดูใหม่นะครับ

     

    วันนี้ต้องออกแต่เช้า (เช้าทุกวันแหละครับ)
    และคืนกุญแจห้องพัก เพราะเราจะไม่กลับมานอนที่โตเกียวอีกแล้วครับ แต่การเดินทางนี้คงแบกกระเป๋าทั้งหมดไปเที่ยวไม่ได้

    วันที่ 4 ของเราเป็นวันจันทร์ครับ แต่เกิดปัญหาที่ผมนั่งคิดมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่า จะทำยังไงดีหว่า!?

    เพราะลืมไปว่า ถ้าให้แบกกระเป๋าทั้งหมด ขึ้นรถไฟในตอนเช้า คงไม่ได้แน่ๆ เขาว่าวัน Weekday ตอนเช้าแบบนี้ เป็นช่วง Rush hour ด้วย

     

    เลยปรึกษาเอาไว้ก่อนกับ Reception คนญี่ปุ่นว่า เราจะเดินทางไปฮากอนเน่ มีสถานีไหนในโตเกียวไปได้บ้าง

     (การมาเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่รู้เรื่อง หรือแผนที่แน่ชัด มันก็สนุกดีเหมือนกันนะครับนี่)

    เขาแนะนำให้ขึ้นแทกซี่หรือไม่ก็รถบัสครับ นั่งไปลงสถานีโตเกียวเลย
    ก็เลยตัดสินใจว่ารถบัสละกัน  เรามาเที่ยวแบบประหยัดตลอดทริปอยู่แล้ว

    ผมชอบจริงๆ รถไฟที่ว่าตรงเวลานะ ไม่แปลกใจมากหรอก แต่รถบัสที่นี่ในโตเกียว ก็ตรงเวลาได้ด้วย แถมถึงตรงเวลาอีกต่างหาก กรุงเทพคงได้แค่ฝันที่จะทำได้แบบนี้นะครับ

     

     

    ก่อนที่จะไปฮากอนเน่ ผมจำเป็นต้องแวะลงที่ สถานี Odawara ก่อนครับ นั่นก็เพราะว่า เราจะเดินทางเที่ยว ฮากอนเน่ และไปนอนค้างที่ คาวากุชิโกะ พร้อมกับสัมภาระเยอะแยะ ขนาดนี้ไม่ได้

     พอถึงสถานีผมตรงไป Tourist Information ก่อนเลย ส่วนปล่อยหน้าที่ให้ทุกคนที่เหลือไปวิ่งวุ่นกันหาล็อกเกอร์

    แต่ว่าการหาล็อกเกอร์ว่างสำหรับทุกคนในกลุ่ม มันช่างยากเย็นจังเลย เพราะคนใช้ล็อกเกอร์กันเยอะมากเลย
    แถมมีคนหนึ่งกระเป๋าใบใหญ่มาก จำเป็นต้องหาล็อกเกอร์ใหญ่เฉพาะอีก

    ช่วงเวลานี้ ผมก็ยังคงเครียดอยู่กับการที่ นอกจากเสียเวลาเยอะแล้ว ยังเพิ่งมารู้ว่า การเดินทางที่ซื้อตั๋วราคา 3900 เยนเที่ยวฮากอนเน่ ที่อ่านในโฆษณามาก่อน มันไม่ได้รวมรถบัสที่เดินทางไป คาวากูชิโกะ แต่ต้องซื้อต่างหากแถมราคา ก็ไม่ได้ถูกแบบที่คิดก่อนมา เพราะมันไกลมาก

     

    ตอนนี้เราแบ่งหน้าที่กันเครียดครับ โดยให้ผู้หญิงสี่คนที่เหลือ แบกรับหน้าที่ในการหาล็อกเกอร์กันไปก่อน

    ในขณะผู้ชายคนเดียวอย่างผม ยังมัวแต่ใช้สมองคิดอยู่ในห้อง Tourist Information ว่าจะเที่ยววันนี้ยังไงดี
    เสียเวลาเยอะแล้วด้วย และก็คงเกินเวลาที่จะไปเชกอินโรงแรมที่คาวากูชิโกะด้วย ฉะนั้นต้องหาทางติดต่อไปที่นั่นให้ได้ว่าเราคงไปถึงที่โรงแรมราวๆ 2 ทุ่ม

     

    เครียดอยู่ตั้งนาน ซึ่งมาคิดตอนหลังว่า จะเครียดทำไม เพราะยังไงก็ต้องตัดสินใจซื้อบัตรเที่ยวฮากอนเน่ แบบสองวัน (ถึงเราจะเที่ยวแค่วันเดียวเท่านั้น) ในราคา คนละ 3900 เยน
    หารู้ไม่ว่า ค่ารถบัสเดินทางไปคาวากูชิโกะอีกต่อ มันราคามากกว่าที่คิดในตอนแรก

    ในที่สุดเราก็หาล็อกเกอร์ได้แล้ว แต่เวลาตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงอยู่แล้วครับ (เลยเวลาที่ผมจินตนาการไว้ก่อนมา ตั้งหลายชั่วโมง T_T )

    ตอนนี้ทุกอย่างเลยต้องทำเวลาเที่ยวแบบรีบๆไป ถือว่ามาเที่ยวครั้งแรกไว้เป็นบทเรียน

    เหล่าพนักงานทำความสะอาด รอเข้า Work station
    มื้อ Branch ของวันนี้
    หลังจากนี้ก็มีแต่นั่งต่อรถไฟสายต่างๆ ขึ้นเขาอย่างเดียว
     รถไฟขึ้นเขา วิ่งอืดมากๆ เพราะต้องลงขึ้นเขาอย่างระวัง ทางมันชัน
    ลงรถก็ไปต่อกระเช้า Ropeway
    การมาเที่ยววันนี้ มันน่าน้อยใจ จริงๆครับ!!
    กับสิ่งที่มาเพื่ออยากกลับมาเห็นอีกครั้ง กับภูเขาไฟฟูจิ
    ที่เมื่อครั้งเด็กผมเคยได้เห็นมาครั้งหนึ่งแล้ว และยังประทับใจกับความงามเมื่อตอนนั้น
    วันนี้ ผมไม่ได้เห็นครับ
    ฟ้าไม่เป็นใจแม้ซักนิดเดียว

    เห็นใต้ๆเมฆ ไหมครับ นั่นแหละคือสิ่งที่ควรจะเป็นความงามที่ผมต้องการยลโฉม!!
    ++ ฟูจิซัง ++
    เข้าใกล้ Owakudani แล้วครับ เห็นบ่อกำมะถัน ที่ไม่มีอะไรให้ชมเลยเต็มไปหมด
    เจอเจ้าไข่ดำแล้ว
    มีหรือ มาแล้วจะไม่ซื้อกิน
    ที่เขาโฆษณากันว่า ทานไข่ดำ 1 ฟอง อายุจะยืนขึ้น 7 ปี
    ข้างในมี 5 ฟองครับ
    มันก็เหมือนไข่ต้ม ธรรมดาแหละรสชาติ มีเกลือให้จิ้มเพิ่มนิดหน่อย
    อายุยืน 7 ปีละ
    ข้างบนนี้ มีไอศกรีม วาซาบิ
    ถึงอากาศจะหนาวมากแค่ไหน และผมเป็นคนที่ไม่ชอบกินวาซาบิเลย
    แต่ก็ขอลองไม่ให้เสียชาติเกิด
    ต่อมาเราจะมาล่องเรือทะเลสาบอะชิ
    แต่พวกผมเดินกันโอ้เอ้ไปหน่อย ในขณะที่คนอื่นๆเขาวิ่งกันแล้ว
    เราเลยไปขึ้นไม่ทัน ต้องรอเที่ยวต่อไปอีกตั้งชั่วโมงแหนะครับ
    ผมเริ่มเครียดแล้ว เดินทางไปคาวากูชิโกะช้าไปอีกตั้งชั่วโมง
    ขณะนั้นจะ 4 โมงเย็นอยู่แล้วครับ
    ทะเลสาบอะชิครับ
    รู้ไหมว่า ภาพๆนี้ควรจะเป็นภาพที่สวยงามกว่านี้มาก
    แต่ฟ้าไม่เป็นใจเลย
    เพราะมันควรจะมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังนะผมว่า
    ดูท้องฟ้าสิครับ

     หลังจากล่องเรือ วนกลับมาที่เดิมกันแล้ว

    ผมจะต้องซื้อตั๋วรถบัสจากสถานี Gotemba นี้ เพื่อเดินทางต่อไปเมือง Kawaguchiko ครับ
    ใช้เวลาเป็นชั่วโมงด้วย

    ราคาค่าตั๋วก็ คนละ 1420 เยน ครับ T_T    น้ำตาตก ความจริงน่าจะหาโรงแรมแถวนี้พักแทนนะ ไม่ต้องไปถึงคาวากูชิโกะก็ได้ แต่ผมจองล่วงหน้าด้วยบัตรเครดิตไปแล้วด้วยสิ

     

    ระหว่างนั่งบัสไป ก็ได้เห็นเงาของเธอแล้วครับ

     

     นั่นไง
    ใยเธอถึงมาช้าจัง 
    มาถึงสถานี Kawaguchiko ซะที เงียบเหงามากเลย สองทุ่ม อยู่นอกเมืองใหญ่แล้ว
    จากตรงนี้ ทางเดียวที่จะไปโรงแรมได้ ก็คือแท๊กซี่ครับ
    ถึงโรงแรมซะที เหนื่อยเป็นบ้าวันนี้
    ผมพักที่ Sunnide Resort ครับ ไม่รู้ทำไมคนไทยเยอะจัง
    ใส่ชุดยูกาตะแล้ว
    วันนี้ต้องแช่ออนเซ็นให้หายเมื่อยแล้วครับ
    แต่ลงไปต้มสุกมากกว่า ร้อนสุดๆเลย
    นี่ไข่ผมจะดำเหมือนไข่ที่กินไปตอนกลางวันไหมนะ
    การเที่ยววันนี้สบาย ตรงที่ไม่ค่อยเดินเหมือน สามวันที่ผ่านมาครับ
    มีแต่นั่งรถไฟ กระเช้า เรือ และ รถบัส รวมถึงแท็กซี่

    -----------------------------------------

    ค่าใช้จ่ายวันที่ 4

    ข้าวกล่องมื้อเช้า                         660 เยน
    Hakone Pass                            3900 เยน
    ข้าวกล่องตอนเที่ยง                   612 เยน
    ไข่ดำคนละลูก  500/5                100 เยน
    ไอศกรีม วาซาบิ                         300 เยน
    ค่ารถบัสไปคาวากูชิโกะ              1470 เยน
    ค่า แท็กซี่หาร5                           448 เยน
    ข้าวปั้นตอนเย็น                           115 เยน
    ค่าโรงแรม 1 คืน                         5820 เยน

     รวม 13,425 เยน

    Comment

    Comment:

    Tweet

    โรงแรมที่พี่ไปพักวันนี้และคนไทยมันเยอะก็เพราะว่า โรงแรมนี้เกี่ยวดองกับทัวไทยค่า และข้าพเจ้สนี้แระ คือกลุ่มทัวเหล่านั้น555555555

    #29 By nandysopit on 2012-03-29 04:19

    วันนี้ใช้ตังค์เยอะแฮะ
    ที่อดๆมาสามวัน มาลงกับวันนี้หมดเลย sad smile sad smile

    #28 By Quose on 2010-05-19 11:50

    -- วันนี้เดินทางครบทุกรสชาติเลยค่ะ

    -- เด่วจะต้องหาโอกาสไปซื้อไข่ดำกินบ้างแล้ว อิอิ..

    #27 By Evil-minded Angel on 2009-06-14 21:41

    ตามมาดูไข่ดำ ดำจริงด้วยคะ555555confused smile confused smile confused smile

    #26 By freeda on 2009-06-03 15:02

    โห ได้ไปครบเลยนะครับ

    เที่ยวอย่างนี้คล่องตัวดีเนอะ

    สวยๆๆๆ

    #25 By นายอุ๊ย!! on 2009-06-03 14:35

    ไข่ดำ น่าลองกับน้ำปลาบ้านเราเนอะ confused smile

    #24 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-06-02 17:18

    มันคือไข่ดำฮาโกเน่นั่นเอง ไปมาเหมือนกันค่ะ อากาศไม่เป็นใจไม่เห็นฟูจิซังเหมือนกัน อากาศวันนั้นมีเมฆมาก =_='' บดบังฟูจิซังไปหมดเลย

    #23 By Poofu_GiRl on 2009-05-31 22:19

    น่าไปจังเลย

    ผมก็หวังสักครั้งที่จะได้ไปญี่ปุ่นเหมือนกัน


    ส่วนที่คุณไปยืนหน้าร้านไม่กล้าเข้าไปนะ ผมก็อยากดูข้างในเหมือนกันนะครับ

    #22 By นู๋หนึ่ง^^ on 2009-05-23 23:27

    น่าอิจฉาที่ซู้ดดดดดดดดดดดดด big smile

    วิวสวยๆ อาหารดีดี แปลกหู แปลกตา แบบที่ประเทศไทยไม่มี confused smile

    #21 By !2know ++ on 2009-05-21 18:10

    ไข่ดำแปลกดีครับ เรือแบบนี้เคยเห็นในหนังเรื่องโคนัน

    ภาคที่คนแสดงจริงๆครับ ไอศกรีมวาซาบิ มันเผ็ดร้อนดี

    ไหมครับ confused smile

    #20 By ชายคลอง on 2009-05-21 10:49

    อ่า..ไข่ดำผมก็กินครับ..กลิ่นกำมะถันฉุนน่าดูconfused smile

    #19 By nonworld on 2009-05-21 09:54

    ^w^
    อ่านแล้วสนุกเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยกันเลยคะ

    เอ..ห้องพักญี่ปุ่นเนี่ย
    พอมีออนเซน มีราคาหน่อย
    การจัดห้องหรือของต่างๆในห้องคล้ายๆกันทุกที่เลยนะคะ

    คิดถึงออนเซนแล้วอยากไปแช่อีก >w<


    พูดถึงไอติมวาซาบิ ตอนแรกก็ไม่กล้าเลยคะ
    เพราะกินในไทยแล้วม่ายอร่อยเลย ขยาดไปนาน
    แต่ตอนที่ได้ไปลองที่ญี่ปุ่น อร่อยติดใจเลยคะ ^^

    แล้วจะรอตอนต่อๆไปนะคะ

    #18 By Chobits69. on 2009-05-21 05:09

    อิจฉาๆ

    เขียนเล่าได้อิจฉามากมายbig smile
    Hot!

    มาติดตามเรื่อยๆครับ big smile

    #16 By Seam - C on 2009-05-20 21:08

    Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

    #15 By Certain time of life. on 2009-05-20 20:38

    โรงแรมน่านอนอีกแล้ว
    ว่าแต่ไอศกรีมวาซาบิรสชาติเป็นไงมั่งเอ่ย
    (ไม่กินวาซาบิเหมือนกัน sad smile )

    #14 By นักรบ on 2009-05-20 20:37

    ไอติมวาซาบิ .. sad smile
    ไม่กล้าลอง... มันจะเผ็ดมากมั้ยเนี่ย

    อ้อ ไข่ดำ .. ตอนแรกนึกถึงไข่เยี่ยวม้า (หูตาแคบจริงๆ T^T) พอมาดูรูปถึงเข้าใจ sad smile

    #13 By HeDw!g on 2009-05-20 19:21

    ไข่ดำนึกว่าข้างในจะดำเหมือนข้างนอกเสียอีกค่ะ
    ชอบรูปเด็กยิงปืนในพ่อเขาจัง ฮา น่าร้าก

    #12 By Öam on 2009-05-20 17:27


    ผมล่อไปหลายใบ สงสัยอายุจะยืนยาวมากแน่ๆ sad smile
    เวลาอยู่ในสถานการณ์ที่อยู่นอกแผนนี่ มันตื่นเต้นดีนะครับ..big smile

    #11 By :: KinG MoJi :: on 2009-05-20 17:25

    ไข่ดำนี่ผมเคยคิดว่ามีอะไร ที่แท้ดำแค่เปลือก

    #10 By Shuu Exteen on 2009-05-20 16:47

    ทะเลสาบสวย เรือสวย

    ไอติมวาซาบิน่ากิน confused smile confused smile

    #9 By Googigg on 2009-05-20 15:39

    ไอศครีมวาซาบิ น่าลองๆ
    ยิ่งดูแล้ว ยิ่งอยากไปญี่ปุ่นสักครั้ง cry

    #8 By moodee on 2009-05-20 15:24

    ไข่ดำน่าลองจังค่ะbig smile

    #7 By Meowzilla Zilla on 2009-05-20 14:57

    อะไรก็เกิดขึ้นได้เนอะ big smile

    #6 By {T4tsUk1} on 2009-05-20 14:24

    อิจฉาๆๆๆ

    ถ่ายรูปสาวญี่ปุ่นน่ารักๆ มาลงบล็อกเอนทรี่ละรูปก็ดีนะครับ

    #5 By palermos on 2009-05-20 13:45

    ผมชอบอ่านเรืื่่องเล่ามากกว่าดูรูปนะ
    เพราะมันมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นเยอะ
    นำประสบการณ์ไปใช้ได้ดีทีเดียวbig smile
    ไข่ดำ สรุปแล้วทานไปกี่ฟองอ่ะครับbig smile
    ภาพถ่ายวิลสวยจัง อยากไปมากๆเลยค่ะ แหมๆ คิดตี้ในไ่ข่ดำsad smile

    #2 By [AdeLiNe] on 2009-05-20 12:44

    ไข่ดำนึกว่าจะเหมือนไข่เยี่ยวม้าบ้านเราซะอีก sad smile

    #1 By ~NuDeE~ on 2009-05-20 12:07